Ammi's profilePerfect Provider is my F...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 28

    Make me strong..

    ทุกๆ ความเจ็บปวด..
    ทุกๆ ความอ่อนแอ..
    ทุกๆ การถูกปฏิเสธ..
    ทุกๆ การไร้เรี่ยวแรงกำลัง..
    ทุกๆ ความสิ้นหวังในหัวใจ..

    พระองค์..คือกำลังใหม่
    พระองค์..คือความรักที่ไม่มีวันสูญสิ้น
    พระองค์..คือความหวังใจและอนาคต
    พระองค์..คือทุกๆ สิ่งที่เราต้องการ
    เพราะพระองค์ คือ พระองค์..

    พระบิดานิรันดร์

    ผู้เปี่ยมด้วยความรัก เมตตา และเอ็นดู สงสาร
    ทรงกริ้วช้า.. และไม่ลงโทษ ตลอดไปเป็นนิจ

    ขอบคุณที่ทรงเป็นพระเจ้าที่แสนดีนะคะ
    August 27

    โอบกอดลูก ในอ้อมแขนอันบริสุทธิ์

    โอบกอดลูก.. ในอ้อมแขน.. อันบริสุทธิ์.. ของพระองค์
    โอบกอดลูก.. ในอ้อมแขน.. อันบริสุทธิ์.. ของพระองค์

    โอบล้อมตัวลูกไว้ ในความรักอันบริสุทธิ์
    รักษาดวงใจลูก ในความรักอันมั่นคง


    มี่ขอบคุณพระบิดาสำหรับเพลงๆ นี้นะคะ อ้อมแขนของพระองค์ นั้นก็บริสุทธิ์เสมอ ความรักของพระองค์นั้นก็มั่นคงไม่เคยลดน้อยหรือหายไป..
    เมื่อความรักของพระองค์โอบล้อมตัวเราไว้ คงไม่มีสิ่งใดที่จะทดแทนช่วงเวลานั้นได้แน่นอน..
    การรักษาเยียวยา ความมั่นคงปลอดภัย สันติสุขเกินความเข้าใจ ได้ซึมซาบเข้าสู่หัวใจของเรา..

    พระบิดาคะ.. ขอมี่ได้รักพระองค์มากขึ้นกว่านี้ เพื่อมี่จะรู้จักความรักอันบริสุทธิ์ของพระองค์..และให้ออกไปกับคนอื่นๆ ดังน้ำพระทัยของพระองค์

    August 26

    Your teachers will be hidden no more… (Isaiah 30:20-22)

    “ถึงแม้องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานอาหารแห่งความลำเค็ญและน้ำแห่งความทุกข์ระทมแก่ท่าน แต่ครูของท่านจะไม่ซ่อนตัวอีก ท่านจะเห็นครูด้วยตาของท่านเอง ไม่ว่าท่านจะหันไปทางซ้ายหรือทางขวา หูของท่านจะได้ยิน เสียงข้างหลังกล่าวว่า “นี่คือหนทาง จงเดินในทางนี้เถิด”  แล้วท่านจะทำลายรูปเคารพต่างๆ ที่หุ้มด้วยเงิน และเทวรูปซึ่งปิดทอง  ท่านจะเหวี่ยงทิ้งเหมือนผ้าที่เปื้อนประจำเดือนและพูดกับสิ่งเหล่านั้นว่า “ไปให้พ้น!””

     

    ในชีวิตที่ดำเนินกับพระเจ้า.. เราเชื่อว่าได้ทำสิ่งที่ดี และถูกต้องในความคิดของเราแล้ว.. แต่บ่อยครั้งที่มักจะพบว่า พระเจ้าก็อนุญาติให้เกิดสิ่งที่เสมือนอาหารแห่งความลำเค็ญและน้ำแห่งความทุกข์ระทม.. แน่นอน..ที่เราไม่อยากจะรับ.. เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่อยากแต่จะรับสิ่งดีๆ รับพระพร ของพระเจ้า..

    สิ่งหนึ่งที่มี่เชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงเป็นครูที่ดีที่สุด และมั่นใจที่สุด ว่าพระองค์ทรงรักเราเหลือเกิน..

    ทุกครั้งที่พระองค์อนุญาติให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดี การทดลอง และบางครั้งก็เป็นการทดสอบของพระองค์เอง ..

    แต่ในขณะที่เราทุกข์ทน และเจ็บปวด .. พระองค์ทรงเจ็บปวดมากกว่าเรา หลายๆ เท่า แต่พระองค์ทรงอยากให้เราเรียนรู้ และเติบโต อย่างเข้มแข็ง และพึ่งพาพระองค์ ที่สำคัญที่สุด คือ “การได้รู้จักพระองค์อย่างแท้จริง” พระองค์จะสำแดงพระองค์ และสอนเราผ่านสถานการณ์ต่างๆ ดั่งที่พระองค์ได้สัญญากับเราว่า “ครูของท่านจะไม่ซ่อนตัวอีก ท่านจะเห็นครูด้วยตาของท่านเอง”

    ในบางครั้ง พระองค์ทรงสำแดงพระลักษณะในความเป็น “พ่อ” ที่รักและหวงแหนเราที่สุด..และปลอบและให้กำลังใจเราทุกๆ ครั้ง และให้โอกาสเสมอเมื่อเราทำผิดและกลับมาหาพ่อคนนี้อีกครั้ง... พ่อ ที่ไม่อยากเห็นลูกถูกทำร้าย พ่อ ที่ไม่อยากเห็นลูกร้องไห้ เสียใจ และผิดหวัง พ่อ ที่ไม่อยากให้ลูกทิ้งพ่อไปอีก..

    ในบางครั้ง พระองค์ทรงสำแดงพระลักษณะในความเป็น “ครู” ที่คอยสอนและเฝ้าดูพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกศิษย์.. บางครั้งเราก็ถูกครูตีสอน เมื่อเราดื้อบ้าง แต่เราก็สัมผัสได้ทุกๆ ครั้งว่า ครูคนนี้รักและเป็นห่วงเรามากที่สุด และอยากถ่ายทอดทุกสิ่งที่ครูรู้นั้นให้กับศิษย์ เพื่อเราจะดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและสามารถที่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

    ในบางครั้ง พระองค์ทรงสำแดงพระลักษณะในความเป็น “หมอ” ที่เมื่อเราไว้วางใจคุณหมอคนนี้ให้ทำการรักษาเยียวยา ไม่ว่าร่างกายภายนอก หรือ จิตใจภายใน เราไม่เคยผิดหวังกับคุณหมอท่านนี้เลย !!

    ในบางครั้ง พระองค์ทรงสำแดงพระลักษณะในความเป็น “แม่” สำหรับมี่แล้ว.. พระองค์สำแดงพระองค์ในลักษณะความอบอุ่นของความเป็นแม่กับมี่ด้วย “แม่จะลืมลูกน้อยในอก ได้อย่างไร .. แม้นางลืมได้.. แต่เราจะไม่ลืมเจ้า !” บางครั้งมี่ได้รับสัมผัสในอ้อมกอดของแม่จากพระองค์ การเยียวยา การปลอบใจ การพักสงบ ทั้งหมดมีอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์

     

    เมื่อเราได้รู้จักพระองค์ผ่านจากการสำแดงในลักษณะต่างๆ สิ่งนี้จะทำให้เรารู้ว่า เราควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร ดั่งที่พระองค์ทรงบอกว่า หูของท่านจะได้ยิน เสียงข้างหลังกล่าวว่า “นี่คือหนทาง จงเดินในทางนี้เถิด” แน่นอน เราจะมั่นใจ และเลือกเดินตามน้ำพระทัยของพระองค์เสมอ และเข้มแข็งมากพอที่จะปฏิเสธที่ต่างๆ ที่เคยเป็นรูปเคารพของเรา ไม่ว่า จะเป็น ความชอบของตนเอง เงินทอง เกียรติยศ ตำแหน่ง หน้าที่ต่างๆ ที่เรายึดไว้แน่น.. เราจะทิ้งมันไป หากว่านั่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัยในชีวิตของเรา ดั่งเช่นที่พระองค์ทรงมั่นใจว่าเราจะ ทำลายรูปเคารพต่างๆ ที่หุ้มด้วยเงิน และเทวรูปซึ่งปิดทอง  ท่านจะเหวี่ยงทิ้งเหมือนผ้าที่เปื้อนประจำเดือนและพูดกับสิ่งเหล่านั้นว่า “ไปให้พ้น!


    August 21

    He Encircles My Life like My Wedding Ring By Sandy Gazowsky

    As most of us ladies know, our wedding ring is something that is very special. When Richard and I were married 35 years ago we could only purchase a ring that cost about $150 dollars at a local shop. Over the years some of the small diamonds fell out and God was so good that he blessed me with a gift of a beautiful diamond to replace it. This was important to me because I represent Jesus and I wanted to at least have a ring that was presentable. The gift came from large land owner in Wyoming who drove to San Francisco one day and said, "The Lord told my wife (I had never met her) to sow her wedding ring to you, Sandy." I was so thrilled because it really showed me how much God favored and loved me. Then something unexpected happened. Richard and I were ministering in the mountains of Taiwan among the aboriginal people of that country. Richard received a word from the Lord that the pastor of this church did not even have a house to live in, even though he had pastored there for over 20 years. So, Richard called for a sacrificial offering which to me means to give to the Lord something that is precious to you. I prayed at my seat about what I could give to these precious people. I didn't have anything that would make a dent in what they financially needed, the only thing that I could see that I had of value was my beautiful diamond wedding ring. Without a second thought I went to Richard and told him what I had felt the Lord was saying. Richard said that the Lord had told him to give his watch. So together we sowed that which was precious to us.

    When I got back home I pulled out my original diamond ring with the missing stones. That was a little bit embarrassing for me but oh well and praise the Lord! I wore this ring a lot longer than I had wanted to (a few years)! I always knew that God was going to bless me with a ring but had no clue as to when. My daughter offered me her teenager ring to where instead, at least it looked presentable. Several years had passed since I had sown that precious wedding ring and forgot all about it. At this time David Andrade and the California Listening Team came to our church for a 12 hour prayer meeting. In the midst of this prayer meeting a lady by the name of Glory who had just been introduced to me, went up to prophesy. The things that she shared over our family was so encouraging and strengthening that I felt it lift all of the stress. Glory, had to leave the meeting early but then suddenly her traveling companion came down to the seat where I was sitting and said, "Glory told me to give you this ring, that it is from Jesus and he is your husband. As I looked at the ring and slipped it on my finger I was stunned by its fawcets of diamond and exquisite design. It was far beyond what I could have imagined that could sit on my wedding finger. The presence of God came upon me because I knew Jesus had never forgotten me and he was encircling my life with jewels, like a wedding ring. For the next three hours I could not move, I wept like a child in the joy of being loved by a Father who never forgets anything. It is hard for me to put into words how my desire for the presence of God and my hunger for the Lord increase that night to a level that I did not know was possible to contain. No wonder David said, "As a deer panteth for the water so my soul panteth after you."

    sandy
    Sandy Gazowsky is the wife of Richard Gazowsky and she is team leader of WYSIWYG's costume department. She has made costumes for the stage plays, "There's Never Been a Night Like This," "I Believe I Can Fly," and the WYSIWYG feature films, "Guardians," "The Roman Trilogy," and "Gravity."

    August 20

    Memory Picture from visit people at Khon Kang Fellowship Church

    Trip นี้ประทับใจมากๆ ค่ะ ทุกคนๆ ในพื้นที่นี้ น่ารัก เป็นกันเองมากๆ และทุกๆ คน หิวกระหายในพระเจ้า พระเจ้าทรงทำการรักษาผู้คนมากมาย ช่วงการเป็นพยานในวันอาทิตย์ ทุกๆ คนพากันแย่งกันเป็นพยานในการรักษาและความรักจากพระเจ้ามากมาย ..

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์ด้วย สนุก อากาศดีมากๆ เลยค่ะ :)

    bfc-combat-kk1

    bfc-combat-kk2
    bfc-combat-kk3

    เก็บภาพประทับใจหน้าร้านส้มตำ เก็บภาพกันไป.. แม่ค้าก็เคืองกันไป.. บ่นกันไป..  หุหุ..

    bfc-combat-kk18 bfc-combat-kk19
    bfc-combat-kk20 bfc-combat-kk24
    bfc-combat-kk25 bfc-combat-kk26
    bfc-combat-kk21 bfc-combat-kk22

    เยี่ยมเยียนที่บ้านคุณลุงของพี่หมวย.. ทานอาหาร นมัสการ และแบ่งปันพระคำ .. ตบท้ายด้วยบรรยากาศซึ้งๆ และเต็มไปด้วยการเจิมของความรักของพระบิดา ในพิธีล้างเท้าเนื่องในวันแม่ค่ะ

    bfc-combat-kk4 bfc-combat-kk5
    bfc-combat-kk6 bfc-combat-kk7
     bfc-combat-kk8  
    เยี่ยมเยียนที่บ้านคุณพ่อ คุณแม่พี่ปิง
    มีนาทีระทึก..ตุ๊กแกตัวเบ้อเริ้มวิ่งเข้าใส่
    วงสาวๆ แตกกระจาย ส่วนคุณพ่อ คุณแม่
    นั่งทำหน้าเฉยมาก คงคิดในใจว่า สาวๆ กทม.
    นี้จะกลัวตุ๊กแกกันทำมาย???

    วิ่งเสร็จ กลับมานั่งตั้งสติใหม่ .. อธิษฐานกันต่อ
    5555 ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
    bfc-combat-kk9 bfc-combat-kk10
    bfc-combat-kk11 bfc-combat-kk12
    bfc-combat-kk13 bfc-combat-kk14
    bfc-combat-kk15 bfc-combat-kk16
    bfc-combat-kk17 bfc-combat-kk27

    ได้เวลาเที่ยวกันแล้ว เย้ๆ ไปเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์กัน .. สนุกมากๆ อากาศดีมากๆ ค่ะ

    งานประกาศที่ราชบุรี

    ประมวณภาพประทับใจ จาก ที่เราจัดกรุ๊ปไปร่วมงานประกาศกับคริสตจักรสามัคคีธรรม ราชบุรี นะคะ

    August 07

    เราจะเป็นอย่างสิ่งที่เรานมัสการ มองประวัติศาตร์การนมัสการ

     

    พระเยซูตรัสว่าสิ่งที่ออกมาจากปากก็มาจากใจ สิ่งที่เราแสดงออกภายนอก หรือความคิดสะท้อน สิ่งที่อยู่ข้างในเรา ถ้าเรานัมสการคนหรือผู้รับใช้แทนพระเจ้า เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนพอใจ หรือนมัสการคนนั้นแทน โยฮันบัติสโตกล่าว่าท่านไม่ใช่ผู้ที่จะมาแต่ผู้ที่มาภายหลังท่านซึ่งใหญ่กว่าท่าน และท่านจะให้ท่านบัติสมาด้วยพระวิญญาณ  ถ้าเรานัมสการพระเยซูจริงเราจะดำเนินตามพระคำของพระเจ้า ความคิดทัศนคติและการรับใช้จะสะท้อนอกมาว่าคริสจักรนมัสการพระเจ้าหรือสิ่งอื่น ไปอ่านเจอบทความของสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนาศาตร์เพื่อให้เรามองดูย้อนประวัติศาสตร์


    Written by Administrator

    การนมัสการในยุคต่างๆ

    Imageการนมัสการได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนบรรพชนอิสราเอลเรื่อยมาไปจนกระทั่งถึงการนมัสการในสวรรค์ ตามนิมิตที่พระเจ้าสำแดงแก่ท่านอัครสาวกยอห์น

    .

    ก. การนมัสการในยุคพันธสัญญาเดิม

    1. ยุคโบราณ

    Imageมนุษย์ยุคโบราณนมัสการเทพเจ้าหรือพระต่างๆโดยการถวายเครื่องบูชาเพื่อขอพรตามที่ตนต้องการและขอการคุ้มครองจากภูตผีปีศาจต่างๆสิ่งที่ถวายบูชามีทั้งพืชและสัตว์นอกจากนี้บางกลุ่มมีการบูชายัญเด็กเล็กหรือมีการติดต่อกับวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงหลับไปแล้วอีกด้วยลักษณะของการนมัสการในยุคโบราณนั้นเป็นการนมัสการสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติและการมีพระเจ้าหลายองค์การถวายเครื่องบูชาและการบูชายัญการประกอบพิธีทางไสยศาสตร์เพื่อความเป็นสิริมงคลปัดเป่าวิญญาณที่ชั่วร้ายลบล้างความโกรธของพระต่างๆเพื่อให้อยู่ดีกินดีการเพาะปลูกอุดมสมบูรณ์และเพื่อติดต่อกับวิญญาณของบรรพบุรุษ

    2. ยุคบรรพชนอิสราเอล

    Imageการนมัสการในยุคบรรพชนอิสราเอลมีลักษณะสำคัญ4ประการได้แก่ประการแรกการนมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวประการที่สองการสร้างแท่นบูชาโดยการใช้ก้อนหินมาเรียงซ้อนกันเป็นแท่นโดยเลือกสถานที่พิเศษที่ตนมีประสบการณ์กับพระเจ้าเป็นสถานที่สร้างแท่นบูชาแล้วมีการตั้งชื่อไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงประการที่สามมีการนำสัตว์ที่ปราศจากมลทินและตำหนิมาเป็นเครื่องบูชาบนฟืนที่เรียงอย่างเป็นระเบียบบนแท่นบูชามักใช้มีดแทงสัตว์นั้นจนตายและโลหิตไหลออกมาแล้วจึงเริ่มเผาด้วยไฟในที่สุดประการสุดท้ายผู้กระทำพิธีต้องมีท่าทีที่ยำเกรงพระเจ้าและมีการดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังพระองค์

    3. ยุคอพยพ

    Imageการนมัสการที่ภูเขาซีนายมีองค์ประกอบ5ประการได้แก่ประการแรก การชุมนุมของประชากรที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าประการที่สองการจัดให้ประชากรทุกคนมีหน้าที่และมีส่วนร่วมในการนมัสการตั้งแต่ผู้นำโมเสส,อาโรน,นาดับ,อาบีฮู,พวกผู้ใหญ่เจ็ดสิบคนรวมทั้งคณะนักดนตรีโดยให้มีหน้าที่ที่แตกต่างกันประการที่สามการประกาศพระวจนะพระเจ้าโดยการที่โมเสสอ่านหนังสือพันธสัญญาให้ชนอิสราเอลฟังประการสุดท้ายการรื้อฟื้นพันธสัญญาแห่งการอุทิศตนแด่พระเจ้าซึ่งเมื่อประชากรฟังแล้วก็ยอมรับว่าจะกระทำตามเงื่อนไขของพันธสัญญานั้นประการที่ห้าการประทับตราพันธสัญญาด้วยเลือดของโค(อพย.19-24)ในยุคอพยพนี้ถือว่าการนมัสการได้หล่อหลอมเข้าไปในชีวิตของชนชาติอิสราเอลโดยผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และปุโรหิตผู้บริสุทธิ์หน้าที่หลักของปุโรหิตคือการถวายเครื่องบูชาส่วนชนชาติอิสราเอลก็นำสัตวบูชาและธัญญบูชามาถวายเพื่อลบล้างความผิดของตนพระเจ้าจะทรงอภัยโทษและรับของถวายนั้น

    4. ยุคผู้วินิจฉัย

    ในยุคผู้วินิจฉัยนี้ยังมีการนมัสการในเต๊นท์พลับพลาอยู่เพียงแต่ไม่มีการเคลื่อนย้ายเนื่องจากในยุคนี้คนอิสราเอลเข้ายึดครองดินแดนคานาอันได้อย่างสมบูรณ์แล้ว พวกเขาได้ตั้งพลับพลาไว้ที่เมืองชิโลห์(1ซ้อ1:3)และอยู่ที่นั่นถึง200ปีมีการสร้างแท่นบูชาขึ้นณที่ต่างๆสถานที่นมัสการพระเจ้าแห่งแรกในดินแดนคานาอันก็คือกิลกาล(ผู้วินิจฉัย2:1)และเป็นสถานที่ที่ซาอูลได้รับการเจิมตั้งขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอลและหลังจากนั้นมาทุกปีก็ได้มีการนมัสการเฉลิมฉลองการเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญาที่นี่ด้วยแท่นบูชาทุกแห่งถูกสร้างขึ้นก็เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงชัยชนะของคนอิสราเอลในการรบกับศัตรูและเป็นการนมัสการเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

    5. ยุคกษัตริย์

    Imageต่อมา หลังยุคผู้วินิจฉัยอิสราเอลเริ่มมีกษัตริย์ปกครองกษัตริย์ก็มักจะเป็นผู้นำในการนมัสการเพราะถือว่าเป็นผู้ที่พระเจ้าเจิมตั้งให้เป็นผู้นำชนชาติประชากรของพระองค์กษัตริย์ดาวิดเป็นผู้หนึ่งที่รักในการนมัสการพระเจ้ามากทรงสร้างแท่นบูชาขึ้นในกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งแรกหลังจากที่พระองค์ได้ทรงนำขบวนแห่เพื่อนำหีบพันธสัญญาเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็มแล้ว ที่นั่นก็กลายเป็นศูนย์กลางของการนมัสการของชนอิสราเอลพระองค์ได้ทรงสร้างพลับพลาขึ้นที่ศิโยนด้วยที่เรียกว่า“พลับพลาของดาวิด”ถึงกระนั้นการนมัสการในพลับพลาของดาวิดก็ยังมีความแตกต่างกับพลับพลาแบบโมเสสมากเพราะไม่มีการถวายสัตวบูชาคงเน้นแต่การร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าการบรรเลงดนตรีอันไพเราะโดยเผ่าเลวีและการร่ายรำอันงดงามเท่านั้นโดยผู้ปรนนิบัติคือบุตรหลานของอาสาฟ,เฮมานและเยดูธูน(1พงศาวดาร25:1)ยิ่งกว่านั้นการนมัสการในพลับพลานี้มีต่อเนื่องตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน(1พงศาวดาร16:4)ดังนั้นความล้ำค่าของการนมัสการในสมัยนั้นจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่การเฉลิมฉลองการสรรเสริญและยกย่องพระเจ้าด้วยเสียงเพลงและศิลปะต่างๆแทนการถวายสัตวบูชาในยุคก่อนๆ

    Imageพระวิหารและเต็นท์พลับพลาต่างมีคุณค่าในการนมัสการพระเจ้าคุณค่าที่เหมือนกันคือทั้งสองแบบต่างก็เป็นสัญลักษณ์ของการสถิตอยู่ด้วยและการปกครองของพระเจ้าเหนือชนชาติอิสราเอลอีกทั้งยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชากรทั่วไปสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ทุกเมื่อแม้ว่าพระวิหารอาจต่างจากเต๊นท์พลับพลาตรงที่เป็นสิ่งก่อสร้างแบบถาวรที่มั่นคงและใหญ่โตกว่า แต่สำหรับบทบาทหน้าที่และความหมายในเชิงสัญลักษณ์นั้นทั้งพระวิหารและเต็นท์พลับพลามีคุณค่าที่เท่าเทียมกันทุกประการ

    August 05

    Just Push

    ชายคนหนึ่งขณะจะเข้านอนฑูตของพระเจ้าปรากฏแก่เขา  บอกว่า พระเจ้าทรงต้องการทำงานให้เขาอย่างหนึ่ง
    คือ  ผลัก (PUSH)  ก้อนหินก้อนใหญ่อย่างสุดกำลังซึ่งอยู่ที่หน้าบ้านของเขา  เช้าวันต่อมาเขาก็พบก้อนหินใหญ่
    ที่หน้าบ้านอย่างที่ทูตสวรรค์บอก  ด้วยความเชื่อฟังเขาผลักก้อนหินก้อนนั้นด้วยมือและดันด้วยไหล่อย่างสุดแรงทุกวัน 
    เขาทำเช่นนี้วันแล้ววันเล่าด้วยความซื่อสัตย์เป็นเวลานาน  ก้อนหินไม่ขยับแม้แต่น้อย  จนเขารู้สึกผิดหวังมาก 
    จึงคิดอยากจะเลิกทำ  เวลานั้นเอง  มารมากระซิบที่หูเขาว่า  “อย่าเสียเวลาที่จะผลักหินก้อนนั้นต่อไปเลย 
    มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” แล้วมารก็สร้างภาพให้เขาเห็นถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของเขา  ทำให้เขารู้สึกท้อใจ   
    แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกทำงานนี้  เขาได้ระบายความทุกข์ใจต่อพระเจ้า  และทูลถามการทรงนำของพระองค์ 
    พระเจ้าตรัสว่า “ อย่าคิดว่าสิ่งที่เจ้าทำมานั้นสูญเปล่า  จงดูแขน มือและเท้าของเจ้าสิ  เวลานี้มันแข็งแกร่งเพียงใด 
    จงดูไหล่ของเจ้าสิ  เวลานี้มันมีพลังมากเพียงใด  เจ้าได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก  จากผู้ซึ่งเคยอ่อนปวกเปียก
    กลายเป็นผู้เข้มแข็ง บึกบึน  สามารถทำสิ่งที่เมื่อก่อนทำไม่ได้”
     
    และพระเจ้าตรัสว่า  “แท้จริง  เราได้เรียกเจ้าให้ผลัก (PUSH)  เท่านั้น มิได้ให้เจ้าเคลื่อน (MOVE) สิ่งที่เราต้องการจากเจ้าคือ การเชื่อฟังและความไว้วางใจ  เจ้าก็ได้ทำตามที่เราประสงค์  โดยผลักก้อนหินด้วยความเชื่อฟังและไว้วางใจมาตลอด เราพอใจเจ้ามาก  ตอนนี้เราจะเป็นผู้เคลื่อนก้อนหินนี้เอง” 
     
               หากเราเริ่มรู้สึกอ่อนกำลังและท้อแท้ในการทำงานบางอย่างเพื่อพระเจ้า  เพราะไม่เห็นมันเกิดผลเท่าที่ควร 
    ขอให้ปฎิเสธความคิดแห่งความล้มเหลวและความพ่ายแพ้  ที่มารพยายามยัดเยียดให้ท่าน  สิ่งที่พระเจ้าต้องการจากเราคือ ความเชื่อฟังและความไว้ใจ  หากเราทำด้วยความเชื่อฟังจริงๆ  พระเจ้าเองจะทรงเป็นผู้เคลื่อนภูเขาออกจากเราในเวลาอันควรของพระองค์
     
    “การเคลื่อน” มาจากภาษาอังกฤษคำว่า  “PUSH” ซึ่งเป็นตัวย่อของ  Pray  Until  Something  Happens  = อธิษฐานจนกว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้น

                พระเจ้าทรงเคลื่อนภูเขาใหญ่ผ่านการอธิษฐานของเราทุกคน  ฉะนั้น อย่าให้มารทำให้เราอ่อนล้าในการอธิษฐาน แต่จงขมักเขม้นในการ  PUSH  แล้วทุกอย่างจะเป็นไปได้