Ammi's profilePerfect Provider is my F...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
April 30 การนมัสการและการทำสงครามด้วยธงและป้ายผ้า by Ps. Jeanการนมัสการและการทำสงครามด้วยธงและป้ายผ้า (การเผยพระวจนะ และท่วงท่าการเต้นรำนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง) การสรรเสริญ พระเกียรติสิริ และการยกย่องเป็นขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า!“เมื่อศัตรูจู่โจมอย่างน้ำเชี่ยว พระวิญญาณของพระเจ้าจะยกชูมาตรฐานของพระองค์ต่อสู้กับมัน” (When the enemy shall come in like a flood, the spirit of the LORD shall lift up a standard against him) อิสยาห์ 59:19 ธง/ป้ายผ้า ใช้ในการนมัสการเพื่อยกชูพระเยซูและพระนามของพระองค์ต่อหน้ามนุษย์และอำนามมืด เมื่อธงได้รับการชูขึ้นเพื่อประกาศพระวจนะของพระองค์ สิทธิอำนาจในสถานฟ้าอากาศก็ถูกสถาปนาขึ้นในฝ่ายวิญญาณอย่างไม่สามารถที่จะอธิบายได้ เว้นแต่โดยพระวจนะของพระเจ้า เช่นเดียวกับที่ก้อนหินของดาวิดและขากรรไกรลาของแซมสันปราศจากฤทธิ์เดชฉันใด ธง/ป้ายผ้า ก็ปราศจากฤทธิ์เดชฉันนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของอาวุธฝ่ายวิญญาณที่ให้ผู้คน ได้เห็นเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเพื่อขวางกั้นอาณาจักรของศัตรู ในสงคราม ธง/ป้ายผ้า ประกาศการครอบครองของอาณาจักรของพระเจ้าและประกาศสิทธิอำนาจของเราเหนืออำนาจมืด สนามรบของเราไม่ได้เป็นของโลกนี้และเพื่อให้ได้รับชัยชนะเราต้องเรียกร้องชัยชนะและนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (เอเฟซัส 6:12,2 โครินท์ 10:4) ในเมื่อการสงครามของเราไม่ใช่ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเจ้าผู้ครองและอำนาจในอากาศ อาวุธของเราจะทรงพลังเพื่อการโค่นล้มที่มั่นของมารได้ ก็โดยพระเจ้าเท่านั้น ป้ายผ้า ใช้เป็นมาตรฐานต่อหน้าศัตรู เพื่อบอกมันว่า เรายืนหยัดในความบริสุทธิ์ ความชอบธรรม ความสัตย์ซื่อมั่นคงและความจริง สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานของพระเจ้า ในอิสยาห์บทที่ 59:9 บอกว่า “เมื่อศัตรูจู่โจมอย่างน้ำเชี่ยว พระวิญญาณของพระเจ้าจะยกชูมาตรฐานของพระองค์ต่อสู้กับมัน” เรายกป้ายของเราขึ้นประกาศชัยชนะขณะที่เราเข้าสู่สงคราม ถวายเกียรติแด่พระเยซู พระผู้ที่มีชัยเหนือทุกสนามรบทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นจึงเป็นการดีที่จะนมัสการด้วยสัญลักษณ์แห่งความจริงของธงที่เป็นเครื่องเตือนเราถึงการเสียสละและให้เรารุกคืบไปในการสงครามที่เหนือธรรมชาติ พระวจนะ สัญลักษณ์และสีต่างๆ ของธง/ป้ายผ้า พูดกับเราอย่างทรงพลังและนำเราเข้าสู่เวลาที่ยิ่งใหญ่ในการนมัสการพระเจ้า สำหรับผู้ที่ยกชูธงขึ้นเป็นกลุ่ม ในการนมัสการ คุณได้รับใช้ร่วมกันเป็นหนึ่งในพระคริสต์ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะถวายโดยการนำโดยพระวิญญาณ โดยไม่ได้มีการตระเตรียม หรือตามท่วงท่าการร่ายรำ การใช้ธงในการนมัสการมีความสำคัญมากเพราะมันเป็นการส่งเสริมความมีวินัยและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในกายของพระคริสต์ พระเจ้าทรงพอพระทัยเมื่อกายของพระคริสต์ร่วมสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะว่าที่ใดมีความสามัคคีพระเจ้าสามารถควบคุมการอวยพระพรได้ ทำไมถึงมีการใช้ธง/ป้ายผ้าในการนมัสการ เพื่อมอบเกียรติเพื่อประกาศพระนามและพระลักษณะอย่างหนึ่งของพระเจ้า เมื่อเราโบกธง เรารับใช้พระองค์ด้วยความรักต่อผู้เป็นกษัตริย์ของเราและประกาศความงดงามสง่าของพระองค์ สดุดี 60:4 “พระองค์ทรงตั้งธงไว้ให้บรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์” เพื่อการสื่อสารเมื่อเรายกธงใดธงหนึ่งขึ้น เรากำลังพูดถึงพระลักษณะของพระองค์ตามที่เขียนไว้ในธง เพื่อส่งสัญญาณถึงการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าการยกธงขึ้นเพื่อให้เห็นเด่นชัดถึงการทรงสถิตของพระเจ้า สิทธิอำนาจของพระองค์ อพยพ 17:8-15 ,บทเพลงซาโลมอน 6:4,10 เพื่อประกาศการเป็นพวกของเราขณะที่เราโบกธง เราได้ยอมรับว่าเราภักดีต่อพระองค์ในฐานะสมาชิกของกองทัพของพระเจ้า เพื่ออวดชัยชนะคำภาษาฮีบรูอีกคำที่แปลว่าธงคือ “dagal” หมายถึงการโอ้อวด ขอให้เด่น ดั่งใน สดุดี 29:7 “เราจะอวดพระนามของพระองค์” เพื่อเรียกพลนักรบเอเฟซัส 6:12 “เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณชั่วในสถานฟ้าอากาศ” การโบกธงทำให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและเกิดความภักดีต่อกองทัพของกษัตริย์ รวบรวมเหล่าทหารเพื่อวางแผนและเสริมกำลังเพื่อชัยชนะ เพื่อกำหนดทิศทางในการสงครามและการสรรเสริญในแง่ของการศึกสงคราม อาจโบกธงอันหนึ่งเพื่อบอกทางกายภาพสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทางฝ่ายวิญญาณ อิสยาห์ 13:2-5 “จงชูอาณัติสัญญาณขึ้นบนภูเขาหัวโล้น จงร้องเรียกเขาทั้งหลาย จงโบกมือให้เขาเข้าไป ในประตูเมืองของเจ้านาย ตัวเราเองได้บัญชาแก่ผู้ที่เลือกสรรของเราได้เกณฑ์ ชายฉกรรจ์ของเรา ให้จัดการตามความโกรธของเรา....” เพื่อวางศัตรูไว้เพื่อการรบอิสยาห์บทที่ 59:19 บอกว่า “เมื่อศัตรูจู่โจมอย่างน้ำเชี่ยว พระวิญญาณของพระเจ้าจะยกชูมาตรฐานของพระองค์ต่อสู้กับมัน” “Nuwe” เป็นคำภาษาฮีบรู ใช้เพื่อ หมายถึง “มาตรฐาน” ซึ่งมีหมายความว่า “ทำให้ต้องหนี, เพื่อยกชูมาตรฐานขึ้น” เพื่อต้อนรับเหตุการณ์ธงใช้สำหรับประกาศเหตุการณ์พิเศษหรือวาระพิเศษ เยเรมีย์ 50:2 “จงประกาศท่ามกลางบรรดาประชาชาติและป่าวร้อง จงตั้งธงขึ้นและป่าวร้อง” สีและความหมายตามพระคัมภีร์
ถามตอบการโบกธงในเวลานมัสการเป็นการทำสงครามฝ่ายวิญญาณ มีคุณสมบัติหรือมาตรฐานที่เราจำเป็นต้องกำหนดสำหรับการโบกธงต่างๆ และพระคัมภีร์พูดถึงเรื่องนี้อย่างไร? ไม่มีการลำดับคุณสมบัติหรือมาตรฐานเกี่ยวกับการโบกธงต่อพระพักตร์พระเจ้า แต่เช่นเดียวกับพันธกิจอื่น ผุ้นั้นต้องเข้าใจว่า พันธกิจนี้กำลังทำเกี่ยวกับเรื่องอะไร เขามีเหตุผลอะไรหรือเพื่ออะไรในการโบกธง ผู้นั้นต้องเข้าใจความสำคัญของการโบกธงหรือป้ายผ้าในการนมัสการ เราต้องจดจำไว้ว่าในธงนั้นไม่มีฤทธิ์อำนาจใดๆ มันเป็นแค่สัญลักษณ์ของอาวุธในการทำสงครามฝ่ายวิญญาณซึ่งสำแดงท่ามกลางผู้คนเพื่อถวายพระสิริแด่พระเจ้าและเพื่อขัดขวางอาณาจักรของศัตรู เมื่อเรายกชูธง/ป้ายผ้า ในการนมัสการ ทำให้เรานึกถึงความจริงของสัญลักษณ์ของธง/ป้ายผ้า และเป็นการเตือนถึงการเสียสละและช่วยให้เรารุกคืบไปในการสงครามที่เหนือธรรมชาติ แต่ถ้าหากใครชูธงขึ้นเพียงเพื่อโบกไปมาโดยปราศจากความเข้าใจหรือเหตุผล มันก็จะไร้แก่นสารในการนมัสการพระเจ้าของเขา มันจะกลายเป็นแค่ศิลปะของความบันเทิงแบบที่เราเห็นกันทั่วไปในโรงยิมหรือในวงดุริยางของโรงเรียน ยอห์น 4:24 กล่าวว่า “ผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง” เราควรหยุดพี่น้องของเราที่กำลังต่อสู้กับความยากลำบาก แต่ชอบที่จะโบกธงในการนมัสการหรือไม่? ถ้ามีบางคนซึ่งไม่ได้ติดตามหรือเดินในทางของพระเจ้าอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำของพันธกิจนี้ไม่ควรอนุญาตให้ผู้นั้นโบกธงจนกว่าเขาหรือเธอจะได้กลับใจหรือยุติพฤติกรรมนั้นแล้ว การไม่เดินในทางของพระเจ้า ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่พระคัมภีร์เขียนไว้อย่างชัดเจนเช่น การล่วงประเวณี, การลักขโมย, การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น เมื่อคนๆ หนึ่งไม่เดินในทางของพระเจ้า การกระทำของเขาขัดขวางการที่พระเจ้าจะเทพระพรของพระองค์ลงมาอย่างเต็มที่ (เพราะพระองค์นั้นบริสุทธิ์) ฉะนั้นในเหตุการณ์เช่นนี้เป็นการอนุญาติให้ศัตรูแทรกแซงเข้ามาได้ แต่สำหรับการเผชิญความยากลำบาก (ใครไม่เคยบ้างเล่า?) นี่เป็นคนละเรื่องกัน หากใครคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับความยากลำบากบางอย่าง แต่คนนี้เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะและเข้มแข็งฝ่ายวิญญาณ เขาควรที่จะยกชูธงเพื่อประกาศชัยชนะต่อสิ่งที่เขากำลังต่อสู้อยู่ หลายๆ ครั้งที่คนที่กำลังต่อสู้กับความยากลำบากได้รับชัยชนะหลังจากนมัสการด้วยการโบกธง เขาได้รับทางออก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน, สุขภาพ, การตัดสินใจ เป็นต้น ข้าพเจ้าได้รับประสบการณ์หลายครั้ง เมื่อมีการนมัสการโบกธง พระเจ้าได้ตรัสให้บางคนเข้าร่วมในขบวนนมัสการด้วยธงและเมื่อผู้นั้นทำตาม เขาก็ได้รับการเยียวยารักษาโรคของเขา และได้รับการปลดปล่อยจากสิ่งที่เขากำลังต่อสู้อยู่ มันเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจ แต่เพราะวิถีของพระเจ้าไม่ใช่วิถีของมนุษย์ เรามักจะต้องหาเหตุผลมาอธิบายทุกสิ่ง สำหรับเราแล้วมันดูเหมือนเป็นสิ่งโง่เขลาแต่ไม่ใช่สำหรับพระเจ้า สิ่งที่พระเจ้าแสวงหาคือการเชื่อฟัง (1 ซามูเอล 15:22 – การเชื่อฟังก็ดีกว่าการถวายเครื่องบูชา) ดูพระพรที่มากับการเชื่อฟัง ใน เฉลยธรรมบัญญัติ 28:2 “พระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน” พระเจ้าทรงพอพระทัยเมื่อได้เห็นความเชื่ออย่างเด็กๆ ของเรา พระเจ้ารักที่จะเห็นเราร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ด้วยดนตรีและการเต้นรำ ทีมดนตรีมีเครื่องดนตรี แล้วทำไมไม่มีนักเต้นล่ะ? เราเห็นธงตลอดในพันธสัญญาเดิมและแม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ ในสนามรบ เราสามารถเห็นธงนำทัพออกศึกเป็นเครื่องบ่งบอกว่ามาจากทัพไหนและเมื่อรบชนะ ธงจะถูกนำหน้าไปที่นั่นเพื่อประกาศชัยชนะและสิทธิอำนาจเหนือสถานที่แห่งนั้น เมื่อมีการชูธงขึ้น เรากำลังอยู่ในสนามรบในฐานะนักรบของพระเจ้าต่อสู้วิญญาณชั่วในย่านฟ้าอากาศ แม้แต่ในพันธสัญญาเดิม มีการชูธงในเวลาสงครามและใช้เป็นสัญลักษณ์ในการยกชูพระเยโฮวาห์นิสสี – พระเจ้าเป็นธงของข้าพระองค์และอีกมากมายบ่งบอกว่าพระองค์เป็นใคร ในธงนั้นไม่มีฤทธิ์เดชแต่เมื่อเรายกชูขึ้น ประกาศพระวจนะของพระองค์ จะเกิดฤทธิ์อำนาจขึ้นในห้วงของจิตวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถที่จะอธิบายได้นอกจากผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า นั่นคือเหตุผลที่ว่า มีเพียงการปลดปล่อยทางฝ่ายวิญญาณเท่านั้นจึงจะเกิดการปลดปล่อยทางสิ่งที่เป็นธรรมชาติได้ เราควรจดจำเอเฟซัส 6:12 “เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” การยกชูธงทำให้เกิดความสามัคคีและเกิดความภักดีต่อกองทัพของกษัตริย์ รวบรวมเหล่าทหารเพื่อวางแผนและเสริมกำลังเพื่อชัยชนะ การยกชูธงทำให้ศัตรูเกิดความสับสนในฝ่ายวิญญาณ ฉะนั้นพวกมันจะพยายามหยุดเรา ในเวลานี้เองศัตรูก็พยายามที่จะแทรกเข้ามา ฉะนั้นสำหรับผู้ที่มีวุฒิภาวะทางจิตวิญญาณและมีความเชื่อเข้มแข็ง (1 ยอห์น 4:17 – เพราะว่าผู้ที่บังเกิดใหม่ในพระเจ้ามีชัยเหนือโลกนี้) เขาจะมีชัยเหนือศัตรูและจะจดจ่ออยู่กับการปลดปล่อยในสิ่งที่ต่อสู้อยู่นั้น แต่สำหรับผู้ที่ยังเป็นเด็กในพระคริสต์ เขาไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก (1 เปโตร 5:8-9 ศัตรูของท่านคือมาร วนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้) แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาชุดใหม่ๆ ที่ศัตรูยื่นมาให้อีกด้วย ข้าพเจ้าสามารถแบ่งปันหรืออธิบายสิ่งที่พระเจ้าได้สำแดงแก่ข้าพเจ้าเท่านั้น ในทุกๆ สิ่ง ขอให้นำมาเฝ้าพระเจ้าและพระองค์จะนำท่านให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง เรารับใช้พระเจ้าแห่งความรักและการตอบสนองของเราควรเป็นความรัก ให้เรายกพระเยซูขึ้นในชีวิตและให้วิถีชีวิตของเราเป็นธงที่สำแดงความรักของพระเจ้าอยู่เสมอ ด้วยพระคริสต์ในใจของเราและคำพยานที่สำแดงจากการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เรากำลังยกธงของเราและยกมาตรฐานประกาศว่าพระองค์เป็นพระเจ้า |
|
|