Ammi's profilePerfect Provider is my F...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
February 21 ความหมายของคำว่า ความถ่อมใจ พระเจ้าคาดหวังจากพวกเขาเป็นอย่างยิ่งว่า
ผู้ที่มีและผู้ซึ่งต้องการ ความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นพิเศษโดยส่วนตัว
ที่ซึ่งพวกเขาจะเดินกับพระองค์ด้วยความถ่อมใจ มีสำนึกผิด กลับใจในจิตวิญญาณ
ความถ่อมใจ หมายถึง ไม่ได้เชื่อเอาความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ และหลีกเลี่ยงความหยิ่งยโส และมีความสำนึกผิดในจิตวิญญาณที่ต้องการจะกลับใจ นั้นหมายถึง รักษาการเปิดใจและมีความคิดปรารถนาที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องจากพระเจ้า เพื่อทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า มีคาห์ 6:6 ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระเยโฮวาห์ และกราบไหว้ต่อพระพักตร์พระเจ้าเบื้องสูง ควรข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องเผาบูชาหรือ ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งขวบหลายตัว หรือ 6:7 พระเยโฮวาห์จะทรงพอพระทัยการถวายแกะเป็นพันๆตัว และธารน้ำมันหลายหมื่นสาย หรือ ควรที่ข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปีชำระการละเมิดของข้าพเจ้า หรือ คือถวายผลแห่งกายของข้าพเจ้าชำระบาปแห่งวิญญาณของข้าพเจ้า 6:8 โอ มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเยโฮวาห์ทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรม และรักความเมตตา และดำเนินด้วย ความถ่อมใจ ไปกับพระเจ้าของเจ้า อิสยาห์ 57:15 องค์ผู้สูงเด่น คือผู้อยู่ในนิรันดร์กาล ผู้ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์ ตรัสดังนี้ว่า "เราอยู่ในที่ที่สูงและบริสุทธิ์ และอยู่กับผู้ที่มีจิตใจสำนึกผิดและถ่อมลง เพื่อจะรื้อฟื้นจิตใจของผู้ใจถ่อม และรื้อฟื้นใจของผู้สำนึกผิด คำอธิษฐาน หนึ่งในคำอธิษฐานที่บริสุทธิ์ที่สุด ที่เจ้าสามารถจะอธิษฐานได้ คือ พระองค์เจ้าข้า ขอพระองค์ตรวจสอบ ทดสอบความคิดจิตใจของข้าพระองค์ สำแดงข้าพระองค์ในทางชั่วร้ายใดๆที่มีอยู่ในตัวข้าพระองค์ พระองค์เจ้าข้าได้โปรดสำแดง ได้โปรดเมตตาแก้ไขให้ถูกต้องแก่ข้าพระองค์ ทอดพระเนตรและช่วยข้าพระองค์หันกลับที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างต่อพระองค์ แต่ได้โปรดเมตตาช่วยข้าพระองค์หันกลับมาหาพระองค์
ถ้าเจ้าได้ยอมรับคำตักเตือนเหล่านี้และตรวจค้นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเจ้า สิ่งนั้นจะทำให้เจ้าถ่อมใจและนำเจ้ามาสู่สถานที่แท้จริงของการเชื่อฟังและอยู่ในโอวาทต่อพระเยซูคริสต์ ลูกแกะของพระเจ้า ซึ่งเป็นพระบุตรที่ทรงเต็มไปด้วยฤทธานุภาพ สิ่งนี้จะเกิดผล เป็นสิ่งที่เกิดผลเป็นการกระทำอยู่ในชีวิตของเจ้า จะไม่มีอะไรที่จะเข้มแข็งมากกว่าในช่วงเวลานี้ เมื่อเจ้า ได้ตรวจค้น สำรวจจิตใจ ยอมรับความถ่อมใจในสิ่งที่เป็นลักษณะท่าที่ถูกต้องแท้จริงจากภายใน(ไม่ใช่การถ่อมใจแบบผิดๆ คิดว่าตัวเองถ่อมใจ แต่ในสายพระเนตรพระเจ้าไม่ใช่ทำตามที่สอนไว้ว่า ต้องทำอย่างไร) What Is A True Worshiper? การนมัสการพระเจ้าในสมัยพระคำภีร์เดิมเราจะพบว่าพระเจ้าสั่งพวกอิสราเอลให้ถวายเครื่องบูชาเป็นสัตว์ที่ไม่มีตำหนิและบริสุทธิ์มีข้อกำหนดชัดเจนในเลนีวิติ
ในพระคำภีร์ใหม่พระเจ้าได้ให้เราใช้ตัวเราเองเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตถวายแด่พระเจ้า
เรานมัสการพระเจ้าด้วยวิญญาณและความจริง เนื้อหนังไม่สามารถนมัสการพระเจ้าได้
แต่เนื้อหนังสรรเสริญพระเจ้าได้ซึ่งเป็นการแสดงออกทางเนื้อหนังที่เหมือนเข้าไปที่ห้องชั้นนอกแต่ยังไม่พบพระเจ้านมัสการพระเจ้าด้วยวิญญาณจิตของเรา
ดังนั้นหลายที่จึงเน้นที่เพลงและดนตรี
มันเป็นจุดเริ่มต้นที่เราต้องผ่านก่อนที่จะเข้าไปในสถานที่ห้องชั้นในสุดในการสรรเสริญ
แต่เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนคือเครื่องบูชานั้นต้องบริสุทธิปราศจากที่ตำหนิ และความจริงคืออะไร
ความจริงคือพระคำของพระเจ้าที่อยู่ในชีวิตเรากับสิ่งที่ปรากฏภายนอกต้องเป็นความจริงหลายครั้งเรามีความจริงของพระเจ้าเป็นความรู้แต่มันไม่เป็นความจริงในชีวิตของเรา
สิ่งที่เราแสดงออกกับสิ่งที่อยู่ข้างในเราไม่ตรงกัน
พูดให้ชัดคือเราเหมือนคนที่ไม่สัตย์ซื่อ
สิ่งที่คนอื่นเห็นเรากับสิ่งข้างในเราไม่ใช่ความจริง
หลายคนมองแต่เพียงว่าเรารู้ความจริงเราก็นมัสการพระเจ้าในความจริง
แต่เมื่อเราพิจารณาลึกเราจะพบว่าเราความจริงไม่อยู่ในเรา แม้คนภายนอกจะดูว่าเราดี
และบาปที่เราพบและเราไม่รู้สึกว่ามันคือบาปคือความหยิ่ง
เราคิดว่าเราชอบธรรมกว่าคนอื่น
มันทำได้ให้เราไม่สามารถพบพระเจ้าได้ในสถานที่นมัสการแล้วเรายังคงเข้าใจว่าเรานมัสการพระเจ้า
คนที่จะนมัสการหรือพบพระเจ้าได้อยู่ในสดุดี 24 .คือใจบริสุทธิ์ และมือสะอาด
ผมได้แบ่งปันให้หลายคนเรื่องใจบริสุทธิ์ว่าสำคัญมากต่อคนที่นัมสการ
เพราะหากไม่มีใจที่บริสุทธิ์ เราพบพระเจ้าไม่ได้ ใจที่หยิ่ง
ใจที่เกลียดชังคนอื่นไม่ให้อภัยอิจฉา
และบาปที่ซ่อนเร้นในที่ลึกที่คนมองไม่เห็นที่เราคิดไม่ถึงเพราะว่าพระคำไม่อยู่ในตัวเราจริงๆ
หลายปีที่ผ่านมาพระเจ้าได้ให้ผมเห็นตัวเองมากและแม้ปัจจุบันยังต้องการพระเจ้าที่จะเปลี่ยนแปลงผมมากขึ้นไปอีกและระวังที่จะรักษาใจมากในเวลาที่แบ่งปันผมก้เรียนไปด้วย
ไม่ให้ติดสิ่งที่เป็นบาปและบาปที่เราไม่ค่อยสังเกตุมันก็อาจเข้ามาในตัวเราเช่นหน้าตาของเรา
พวกเรา คริสจักรเรา ความดีของเรา ความถุกต้องของเรา
ทุกอย่างถูกพัฒนาไปที่นำความเห็นแก่ตนเองทั้งสิ้น
เราพบพระเจ้าไม่ซับซ้อนแต่เหมือนเด็กเล็กไม่มีวาระซ้อนเร็นที่จริงแล้ว What Is A True Worshiper?In England during the 1500s, especially during the reign of Queen Mary, the Christian church came under terrible persecution. Many Christians including clergy were excommunicated and/or executed for refusing to denounce their beliefs and adhere to the teachings of the state church. One of those who suffered for his faith was Thomas Hawkes. Hawkes was born in Essex, England and later entered into the service of the Lord of Oxford. Upon the death of Edward VI, rather than change his religious beliefs to that of Queen Mary, Hawkes left his service and returned home. After returning home Hawkes' wife gave birth to a son. Hawkes refused to have the boy baptized according to the Catholic tradition and was reported to the Earl of Oxford. He was sent by the earl to Bishop Bonner of London where he answered to the charge of contempt of the sacraments. Hawkes and Bonner argued over several practices of the Catholic Church. Other church officials were brought in to persuade Hawkes to change his beliefs, but Hawkes stood firm and would not recant. On February 9, 1555 he was condemned as a heretic and stayed in prison until June 10. Days before Hawkes was to be burned at the stake he agreed with his friends that he would lift his hands over his head if the pain was tolerable and his mind was at peace. When he was engulfed in flames and most people thought he was dead, Hawkes suddenly raised his burning hands above his head and clapped three times. Those who understood the gesture broke into shouts of praise and applause as Thomas Hawkes sank into the fire and died. (Taken from Foxe's Christian Martyrs of the World). In chapter four of John's gospel John tells a story of Jesus asking a Samaritan woman for a drink of water from a well near the Samaritan city of Sychar. Jesus broke two Jewish traditions by engaging in this conversation. One by speaking to a woman. It was unusual for a Jewish teacher to speak with a woman in a public place. Also, Samaritans were hated by Jews so Jews rarely spoke to them. Seeing that Jesus was Jewish and perceiving him to be a prophet the woman said, "Our fathers worshiped on this mountain and you Jews say that in Jerusalem is the place where on ought to worship." Jesus' response to her statement was probably not what the woman expected. He said, "Woman, believe me, the hour is coming when you will neither on this mountain, nor in Jerusalem, worship the Father. But the hour is coming, and now is, when the true worshipers will worship the Father in spirit and truth; for the Father is seeking such to worship him. God is spirit, and those who worship him must worship in spirit and truth." The woman was concerned about the house of worship but Jesus was concerned about the heart of the worshiper. She was concerned with the mountain of worship, but Jesus was concerned with the motive of the worshiper. What does it mean to be a true worshiper? Jesus gave us three characteristics of a true worshiper in his conversation with the Samaritan woman. 1. A true worshiper worships the Father. 2. A true worshiper worships in spirit. 2. A true worshiper worships in truth. In the next few weeks we will explore these characteristics of a true worshiper in more detail. As we do we will discover where the story of Thomas Hawkes fits in the big picture. February 11 Name of God by น้าต้อม (อ.สุชาติ คจ.สามัคคีธรรม)“ยาห์เวห์” มากกว่า 6800 ครั้งในพระคัมภีร์ และหลังจากชนชาติอิสราเอลกลับจากการเป็นเชลย พระองค์คือ “อาโดนาย” ทรงเป็นและดำรงอยู่ (อพยพ 3.14) พระเจ้าตรัสตอบโมเสสว่า “เราเป็นผู้ที่เราเป็น เจ้าจงบอกชาวอิสราเอลว่า “เราผู้เป็นได้ส่งข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน”” (ปฐมกาล 22.14) ดังนั้นอับราฮัมจึงเรียกสถานที่นั้นว่า “พระยาห์เวห์จะทรงจัดเตรียมไว้” อย่างที่พูดกันทุกวันนี้ว่า “จะจัดเตรียมไว้บนภูเขาของพระยาห์เวห์” (อพยพ 17.15) “เยโฮวาห์นิสสี” โมเสสจึงก่อแท่นบูชาขึ้นที่นั่น ตั้งชื่อว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นธงชัยของข้าพเจ้า” เขากล่าวว่า “เพราะว่าชาวอามาเลขชูมือขึ้นต่อต้านบัลลังก์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า จะทรงทำศึกกับพวกเขาตลอดไปทุกชั่วอายุคน” (ผู้วินิจฉัย 6.24) กิเดโอนจึงสร้างแท่นบูชาขึ้นที่นั่นถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และขนานนามว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นสันติสุข” แท่นนี้อยู่ที่โอฟราห์ ในที่ดินของตระกูลอาบีเอเซอร์ตราบจนทุกวันนี้ (เอเสเคียล 48.35) “เยโฮวาห์ชัมมาห์“วัดระยะรอบเมืองได้ 18,000 คิวบิท “และนับแต่นี้ไปนครนั้นจะได้ชื่อว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตที่นี่” “เอโลฮิม” (ปฐมกาล 1.1) พระเจ้าเที่ยงแท้ พระเจ้าองค์เดียวของชนชาติอิสราเอล “เอล ชัดดาย” (อพยพ 6.3) พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ .. เราปรากฎแก่อับราฮัม อิสอัค และยาโคบในฐานะ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ แต่เราไม่ได้สำแดงตัวเราเองให้เขารู้จักเราในนามพระยาห์เวห์ February 05 A New Way of Living ชีวิตเปี่ยมสุข By Joyce Meyerการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
คุณรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตของคุณอยู่ใชไหม? ถ้าหากใช่ คุณก็ไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นหรอก มีผู้คนมากมายที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า รู้สึกว่างเปล่า และไม่พอใจกับชีวิต บางคนก็เหน็ดเหนื่อยกับการเคร่งศาสนา โดยหวังว่าจะได้พบทางออกให้กับชีวิต แต่กลับต้องมาแบกภาระหนักกับการยึดถือกฎเกณฑ์อันไร้สาระและไม่มีชีวิต ซึ่งพวกเขาไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ถ้าคุณเหน็ดเหนื่อยกับศาสนา นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณเหน็ดเหนื่อยกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นคำตอบให้กับชีวิตที่ว่างเปล่า ท้อแท้ และเต็มไปด้วย ความรู้สึกผิดของคุณ ถ้าคุณต้องการรู้สึกว่ามีคนที่รักคุณ ถ้าคุณต้องการเพื่อนคนหนึ่ง ถ้าคุณต้องการได้รับการยกโทษความบาป และถ้าคุณต้องการอนาคต… พระเยซูคริสต์ทรงเป็นคำตอบให้กับคุณได้ พระองค์กำลังรอเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับคุณและทรงรอคอยเพื่อสร้างชีวิตของคุณขึ้นมาใหม่ ถ้าคุณรู้สึกไม่พอใจกับชีวิต คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง บางอย่าง ถ้าเรายังคงทำในสิ่งเดิมๆ เราก็จะยังคงมีชีวิตเดิมๆ เหมือนอย่างที่เรามีมาตลอด คุณต้องตัดสินใจ และนี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ การตัดสินใจครั้งนี้สำคัญมากยิ่งกว่าการเลือกอาชีพ การเลือกมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาต่อ การเลือกคู่ครอง การลงทุน หรือการเลือกที่อยู่อาศัยของคุณ การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นนิรันดร์ซึ่งหมายถึงเวลาที่ไม่สิ้นสุดและ เราแต่ละคนจำเป็นต้องรู้ว่าเราจะใช้เวลานี้ได้ที่ไหน มีชีวิตหลังความตาย เมื่อคุณตาย คุณไม่ได้หยุดการมีชีวิตอยู่ของคุณ เพียงแต่คุณไปเริ่มต้นมีชีวิตอยู่ในที่อีกแห่งหนึ่งเท่านั้น มีคำกล่าวที่บอกไว้ว่าการตายนั้นเป็นเหมือนการข้ามผ่านประตูแห่งการโคจร คือ การที่คุณจากที่แห่งหนึ่งเพื่อไปยังที่อีกแห่งหนึ่งเท่านั้น คุณอยากมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าบนโลกนี้ และมีชีวิตอยู่กับพระองค์ชั่วนิรันดร์ไหม? ถ้าหากคุณต้องการเช่นนั้น คุณต้องต้อนรับพระเยซูเข้ามาในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ เราทุกคนเป็นคนบาป และเราทุกคนต้องการพระผู้ช่วยให้รอด พระเจ้าทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาเพื่อชดใช้หนี้บาปแทนเรา พระองค์ทรงถูกตรึง และพระโลหิตอันบริสุทธิ์ของพระองค์ต้องหลั่งออกก็เพื่อชดใช้หนี้ที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ผิดของเรา พระองค์สิ้นพระชนม์และถูกฝังในอุโมงค์ แต่วันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย และบัดนี้พระองค์ทรงประทับอยู่ในสวรรค์ที่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าพระบิดา การที่คุณจะมีสันติสุข มีความชื่นชมยินดี และสามารถยืนอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าอย่างมั่นใจได้นั้น พระเยซูเท่านั้นที่ทรงเป็นความหวังเดียวของคุณ พระคัมภีร์สอนเราว่า การที่เราจะได้รับการช่วยกู้ให้รอดพ้นจากความบาปนั้น เราจำเป็นต้องสารภาพและยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และเราต้องเชื่อด้วยหัวใจของเราว่าพระเจ้าทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นจากความตาย
ลักษณะของการเชื่อเช่นนี้มิได้เป็นเพียงการยอมรับด้วยจิตใจ แต่เป็นการยอมรับจากหัวใจที่แท้จริง มีหลายคนที่เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่ไม่ยอมอุทิศตัวต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างชีวิตและพระองค์ทรงต้องการให้คุณมอบถวายชีวิตของคุณให้กับพระองค์ด้วยความเต็มใจ พระเจ้าทรงสร้างคุณให้มีเสรีภาพในการตัดสินใจและพระองค์จะไม่บังคับคุณให้เลือกพระองค์ แต่การเลือกและไม่เลือกของคุณย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกัน ในขณะที่คุณยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ และเป็นตัวกำหนดว่าเมื่อคุณจากโลกนี้ไปแล้วคุณจะไปอยู่ที่ไหน คุณจัดการกับชีวิตของคุณได้ดีที่สุดแล้วใช่ไหม? ถ้าคำตอบของคุณคือไม่ แล้วทำไมคุณถึงไม่หันมาหาพระผุ้ทรงสร้างคุณและรู้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับคุณมากยิ่งกว่าคุณจะรู้จักตัวเองเสียอีก ถ้าฉันซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งแล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมา ฉันก็จะเอามันกลับไปให้คนที่ผลิตมันขึ้นมา เพื่อพวกเขาจะสามารถซ่อมมันได้ ในทำนองเดียวกันกับหลักการของพระเจ้า พระองค์สร้างคุณและทรงรักคุณมาก ถ้าชีวิตของคุณไม่ได้ให้ความอิ่มใจกับคุณ คุณก็เอามันกลับมาหาพระองค์เพื่อพระองค์จะสามารถซ่อมมันได้ อย่างที่ฉันได้พูดมาแล้วก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะเกิดขึ้นได้จนกว่าคุณจะตัดสินใจ คุณอยากเป็นคริสเตียนไหม? คุณพร้อมที่จะยอมมอบชีวิตคุณให้กับพระเจ้าที่ไม่ใช่เพียงแค่มอบความบาปของคุณไว้เท่านั้นไหม? คุณพร้อมที่จะหันกลับจากวิถีชีวิตแห่งความบาปและเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตใหม่กับพระเจ้าและเพื่อพระเจ้าไหม? ถ้าใช่ ขอให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ต่อไป เพราะชีวิตกำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า มีสิ่งดีที่สุดกำลังรอคุณอยู่ เป็นสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงแต่เป็นจริงได้สำหรับทุกคน นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสไว้เกี่ยวกับอนาคตของคุณ
ไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนคุณได้ มีเพียงแต่คุณเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจเพื่อตัวคุณเอง เพราะชีวิตเป็นของคุณ คุณปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิตแบบไหน? คุณอยากจะเป็นเหมือนตัวอย่างที่เราเห็นในสังคมทุกวันนี้อย่างนั้นหรือ? พระวจนะของพระเจ้าบอกว่า เราเข้ามาในโลกตัวเปล่าและเราก็จะจากโลกไปตัวเปล่า (1ทิโมธี 6:7) พระเจ้าทรงเป็นอัลปาและโอเมก้า จุดเริ่มต้นและอวสาน เริ่มต้นด้วยพระเจ้าและสิ้นสุดลงก็ด้วยพระเจ้า มนุษย์แต่ละคนต้องยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า และรายงานชีวิตของตัวเองต่อพระองค์ (โรม14:12) บัดนี้เป็นเวลาที่เราต้องเตรียมพร้อมเพื่อเวลานั้น ฉันมันจะพูดเสมอว่า “พร้อมหรือไม่พร้อม ยังไงพระเยซูก็จะเสด็จมา” จงเตรียมพร้อมตั้งแต่เวลานี้ ตัดสินใจอย่างถูกต้องเดี๋ยวนี้ เพราะถ้ารอช้ากว่านี้อาจจะสายเกินไป February 04 อย่ามีความคิดในทางที่ผิด (บันทึกจากคำเทศนา PS. Joyce Miyer : Hillsong เชียงใหม่ วันที่ 10 Jan 2009)
ความคิดที่ผิด 1) อนาคตไม่สามารถดีได้เพราะอดีตที่ผ่านมาเคยผิดพลาดมากมาย 2) เกียจคร้าน 3) บ่น ตำหนิ เป็นการขัดขวางพระพร และไม่วางใจ และให้เกียรติการทำงานของพระเจ้า ในการที่เรามองไม่เห็นการทำงานของพระองค์ ไม่ใช่แปลว่าพระองค์ทรงไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำกิจของพระองค์ จงขอบคุณพระเจ้าเสมอทุกๆ กรณี อย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เสียพระทัย!!
4) เลิกสงสารตนเอง การมองตัวเอง และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เท่ากับเป็นการที่ยึดตัวเองเป็นรูปเคารพ.. พระเจ้าจะทรงให้ในสิ่งที่เราถูกขโมยไป หรือสูญเสียไป.. คุณไม่สามารถมีฤทธิ์เดชของพระเจ้าหรือพระเจ้าไม่สามารถใช้คุณเป็นพระพรได้..ถ้าคุณมีจิตใจที่สงสารตนเองและยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง 5) พระเจ้าไม่สามารถอวยพร เพราะเราล้มเหลว ปราศจากความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยไม่ได้เลย.. ปราศจากพระเจ้าแล้ว เราก็ทำสิ่งใดไม่ได้เลย.. จงเชื่อมั่นในพระเจ้า!! 6) อิจฉา ริษยา เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น พระเจ้าทรงมีแผนการเฉพาะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีเอกลักษณ์ ลักษณะเฉพาะที่พระเจ้าทรงสร้างและบรรจุไว้ตั้งแต่ก่อนปั้นไว้ในครรภ์ของมารดา พระองค์ทรงรู้จักเราแต่ละคน จงพอใจในสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง!! พระเจ้าทรงสร้างและทรงเห็นว่าดีที่สุดแล้ว.. สาวกเต็ม 100% (บันทึกจากคำเทศนา อ.สมเกียรติ กิติพงศ์ คจ.สามัคคีธรรม)
Mat 11:12 และตั้งแต่สมัยยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาถึงทุกวันนี้ อาณาจักรแห่งสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่คนได้แสวงหาด้วยใจร้อนรน และผู้ที่ใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้ Mat 11:12 And from the days of John the Baptist till now, the kingdom of heaven is forcing its way in, and men of force take it.
รักพระเจ้าสิ้นสุดใน สิ้นสุดความคิด และสิ้นสุดกำลัง มอบหัวใจทั้งหมดให้กับพระเจ้า
เชื่อหมดหัวใจ เชื่ออย่างเด็กๆ ในความเชื่อไม่มีความกลัว
สละสิ่งสารพัดทุกสิ่ง มอบให้พระเจ้าหมดหัวใจ
พระคำของพระเจ้าสามารถชำระสิ่งสกปรกออกได้ บริสุทธิ์ดั่งเจ้าสาวของพระคริสต์ จงอุตส่าห์จนสุดกำลัง
โดยการสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุด
จงแสวงหาพระเจ้าด้วยใจร้อนรน เพราะผู้ที่มีใจร้อนรนก็เป็นผู้ที่ชิงเอาได้.. ดั่งเจ้าสาวรักเจ้าบ่าว 100% ไม่ใช่ 99% (หากคุณเป็นเจ้าบ่าว คุณย่อมอยากแต่งงานกับเจ้าสาวที่รักคุณ 100% ใช่มั้ย?)
ยอมเป็นคนทุกชนิด เพื่อช่วยเขาให้รอดได้บ้างโดยทุกวิถีทาง
February 01 นิสัยแห่งชัยชนะ นิสัยแห่งชัยชนะ อ.สมเกียรติ กิตติพงศ์ คจ.สามัคคีธรรมกรุงเทพ เทศนา วันอาทิตย์ ที่ 1 กพ.2009 1) ทำตามพระบัญชา (ผู้วินิฉัย 7:9-15) ในคืนนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับกิเดโอนว่า "จงลุกขึ้น จงไปต่อสู้กับค่ายนั้น เพราะว่าเรากำลังจะมอบเขาไว้ในมือของเจ้า แต่หากเจ้าหวาดกลัว ไม่กล้าโจมตี จงลงไปที่ค่ายของชาวมีเดียนพร้อมกับปูราห์คนรับใช้ของเจ้า แล้วจงฟังสิ่งที่พวกเขากำลังพูดกัน หลังจากนั้นเจ้าจะมีกำลังใจที่จะเข้าโจมตีค่าย" ฉะนั้นกิเดโอนกับปูราห์คนรับใช้ของเขาจึงลงไปยังที่มั่นรอบนอกค่าย คนมีเดียน คนอามาเลข และชนชาติอื่นทั้งหมดทางด้านตะวันออก ตั้งค่ายอยู่ในหุบเขาอย่างหนาแน่นดั่งฝูงตั๊กแตน อูฐของเขามีมากมายนับไม่ถ้วนเหมือนทรายที่ชายทะเล กิเดโอนมาถึงพอดีกับที่ชายคนหนึ่งกำลังเล่าความฝันให้เพื่อนฟังว่า "ข้าพเจ้าฝันว่ามีขนมปังบาร์เลย์กลมๆ ก้อนหนึ่งกลิ้งเข้ามาในค่ายของชาวมีเดียนและกระแทกเต็นท์อย่างแรงจนเต็นท์ของเราพังราบลงมา" เพื่อนของเขาตอบว่า "นี่ไม่ใช่อื่นไกล เป็นดาบของกิเดโอนบุตรโยอาชชาวอิสราเอล พระเจ้าทรงมอบชาวมีเดียน และค่ายทั้งค่ายไว้ในมือของเขาแล้ว" เมื่อกิเดโอนได้ยินความฝันและความหมายก็ก้มกราบนมัสการพระเจ้า จากนั้นกลับไปยังค่ายพักของอิสราเอลแล้วร้องว่า "ลุกขึ้นเถิด! องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงมอบค่ายของชาวมีเดียนไว้ในมือของท่านแล้ว" เมื่อคนสามร้อยคนนั้นเป่าแตร องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้คนมีเดียนทั้งค่ายหันมาสู้รบและฆ่าฟันกันเอง แล้วกองทัพมีเดียนเตลิดหนีไปเบธชิทธาห์ ซึ่งเป็นทางไปเศเรราห์และหนีไปถึงเขตแดนอาเบลเมโฮลาห์ใกล้ทับบาท 3. ทำงานไม่หวังเกียรติ (ผู้วินิจฉัย 7:24, 8:3)กิเดโอนส่งผู้สื่อสารไปทั่วแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิมและกล่าวว่า "จงลงมาต่อสู้กับชาวมีเดียนและยึดน่านน้ำจอร์แดนไปจนถึงเบธบาราห์ก่อนหน้าพวกเขา" พระเจ้าทรงมอบโอเรบและเศเอบซึ่งเป็นผู้นำมีเดียนไว้ในมือของท่าน สิ่งที่ข้าพเจ้าทำเทียบกับท่านได้หรือ?" เมื่อได้ฟังดังนั้น พวกเขาจึงค่อยหายขุ่นเคือง ** พร้อมเป็นคนไม่สำคัญ ทำงานเป็นทีมเพื่องานของพระเจ้า ** 4. ทำต่อไป ไม่ชนะ ไม่เลิก (ผู้วินิจฉัย 8:4-12) กิเดโอนกับคนของเขาสามร้อยคนข้ามแม่น้ำจอร์แดน พวกเขาต่างก็อ่อนเพลีย แต่ยังคงรุกไล่ชาวมีเดียนอยู่ กิเดโอนกล่าวกับชาวเมืองสุคคทว่า "โปรดให้เสบียงแก่ทหารของข้าพเจ้าบ้างเถิด พวกเขาอิดโรยมาก และข้าพเจ้าก็ยังตามล่ากษัตริย์เศบาห์กับกษัตริย์ศัลมุนนาของชาวมีเดียนอยู่" แต่เจ้าหน้าที่ของเมืองสุคคทกล่าวว่า "ท่านจับตัวกษัตริย์เศบาห์กับกษัตริย์ศัลมุนนาได้อย่างนั้นหรือ? เรื่องอะไรที่เราจะต้องให้เสบียงแก่ทหารของท่านเล่า" กิเดโอนจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นเมื่อพระเยโฮวาห์มอบเศบาห์และศัลมุนนาไว้ในมือเราแล้ว เราจะเอาหนามใหญ่แห่งถิ่นทุรกันดาร และหนามย่อยมานวดเนื้อเจ้าทั้งหลาย" ท่านก็ออกจากที่นั่นขึ้นไปยังเมืองเปนูเอล และพูดกับเขาในทำนองเดียวกัน ชาวเมืองเปนูเอลก็ตอบท่านอย่างเดียวกับที่ชาวเมืองสุคคทตอบท่านจึงพูดกับชาวเมืองเปนูเอลด้วยว่า "เมื่อเรากลับมาด้วยสันติภาพ เราจะพังป้อมนี้ลงเสีย" ฝ่ายเศบาห์และศัลมุนนาอาศัยอยู่ที่คารโครกับกองทัพมีทหารหนึ่งหมื่นห้าพันคน เป็นกองทัพชาวตะวันออกที่เหลืออยู่ทั้งหมด เพราะว่าผู้ที่ถือดาบล้มตายเสียหนึ่งแสนสองหมื่นคน กิเดโอนขึ้นไปตามทางสัญจรของคนที่อาศัยในเต็นท์ ทิศตะวันออกของเมืองโนบาห์และเมืองโยกเบฮาห์เข้าโจมตีกองทัพได้แล้ว เพราะว่ากองทัพคิดว่าพ้นภัย เศบาห์และศัลมุนนาก็หนีไป กิเดโอนก็ไล่ติดตามไปจับเศบาห์กับศัลมุนนากษัตริย์พวกมีเดียนทั้งสององค์ได้ และทำกองทัพทั้งหมดให้แตกตื่น |
|
|